สั่้งซื้อสินค้า

ทรู คลอโรฟิลล์ ดื่มทุกวัน สุขภาพดีทุกวัน

Total Visited : 58094

สมัครเข้าโครงการ
     ภาวะโลหิตจางไม่ใช่โรคโดยตรง แต่เป็นเครื่องบอกเหตุว่า มีโรคหรือสาเหตุซ่อนอยู่ซึ่งต้องค้นหาดูว่าเป็นอะไร แล้วจึงจะทำการรักษา
ที่ถูกต้อง การตรวจว่ามีภาวะโลหิตจางหรือไม่ทำได้โดยการตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ หรือ Complete Blood Count: CBC ร่วมกับ
การย้อมสีเม็ดเลือดและตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Peripheral Blood Smear) ซึ่งแพทย์จะทราบว่าผู้ป่วยมีภาวะโลหิตจางจากค่าต่างๆ
ที่ได้จากการตรวจนี้ โดยดูจากค่าความเข้มข้นของเลือด (Hematocrit:HCT) หรือ ค่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin:HB) นอกจากนี้อาจดูได้จาก
mean corpuscular volume (MCV) หรือ red cell distribution width (RDW) or red cell morphology index (RCMI)ซึ่งค่าต่างๆ เหล่านี้
แต่ละเพศและวัยมีค่านี้แตกต่างกัน เมื่อไรพบว่าค่าต่ำกว่าพิกัดต่ำสุดของประชากรเพศและวัยนั้นก็ถือว่าโลหิตจาง

โรคโลหิตจางที่พบได้บ่อยในประเทศไทย
มีสาเหตุสำคัญอยู่ 3 ประการคือ
     1. โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
          การขาดธาตุเหล็กนี้พบได้บ่อยที่สุดในสาเหตุของโลหิตจางทั้งหมด มักพบในชาวชนบท ผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร ผู้ที่เพิ่งแท้ง
          บุตรหรือหญิงหลังคลอด ผู้ที่เป็นแผลในกระเพาะอาหาร เป็นโรคริดสีดวงทวาร
     2. โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก
          โดยปกติ เม็ดเลือดแดงจะมีชีวิตอยู่ในร่างกายประมาณ 120 วัน แล้วจะเสื่อมสลายไปพร้อมกับมีเม็ดเลือดแดงใหม่ที่ไขกระดูก
          สร้างเข้ามาทดแทน จึงเกิดภาวะสมดุลในร่างกายไม่เกิดภาวะโลหิตจาง

     สาเหตุที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่ายมีอยู่ 2 ประการคือ

     1. ภาวะพร่องเอนไซม์จี-6-พีดี (G-6-PD) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีอยู่ทั่วไปในเซลล์ต่าง ๆ รวมถึงเซลล์เม็ดเลือดแดงเมื่อขาดเอนไซม์ชนิดนี้
         จะทำให้ เม็ดเลือดแดงแตกง่าย โดยภาวะพร่องเอนไซม์ชนิดนี้เป็นโรคพบจากกรรมพันธุ์ ที่แสดงอาการในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
     2. โรคทาลัสซีเมีย (Thalassemia) เป็นความผิดปกติทางกรรมพันธุ์

     3. โลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ
          เนื่องจากไขกระดูกที่อยู่ในโพรงกระดูกทั่วร่างกายมีหน้าที่สร้างเม็ดเลือด หากมีความผิดปกติของไขกระดูกทำให้สร้างเม็ดเลือด
          ได้น้อยลง ก็จะเกิดภาวะโลหิตจางขึ้นโดยสาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ทราบอาจเกิดจากพิษของยาหรือสารเคมีไปทำลายไขกระดูก เช่น
          ยาเฟนิลบิวทาโซน คลอแรมเฟนิคอล ซัลฟา หรือเคมีจำพวกน้ำมันก๊าด น้ำมันเบนซิน สีทาบ้าน รังสีชนิดต่าง ๆ เป็นต้นโลหิตจาง
          ที่พบบ่อยในบ้านเราเกิดจากการขาดธาตุเหล็ก จากโรคเลือดทาลัสซีเมีย และเกิดจากโรคในระบบอื่น

อาการแสดง
     อาการแสดง หมายถึง ลักษณะที่พบเห็นหรือตรวจพบในตัวผู้ป่วยที่มีโลหิตจาง มี 2 ชนิดคือ ชนิดที่บอกว่ามีภาวะโลหิตจาง และที่บอกว่า
มีสาเหตุอะไรที่ทำให้เลือดจาง

     1. อาการแสดงที่บอกว่ามีภาวะโลหิตจาง
          • อาการแสดงที่พบบ่อยได้แก่ ลักษณะซีด ดูได้จากสีของผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ใต้เล็บหรือดูจากสีของเยื่อบุด้านในของเปลือกตาล่าง
          (พลิกเปลือกตาดู)
     2. อาการแสดงที่ช่วยชี้แนะถึงสาเหตุของโลหิตจาง
          • มีตัวเหลืองตาเหลือง (ดีซ่าน) อย่างอ่อน แสดงถึงภาวะโลหิตจาง จากการแตกสลายของเม็ดเลือดแดง
          • มีจุดและจ้ำเลือดตามตัวชี้แนะถึงการมีเกล็ดเลือดต่ำ เป็นโรคไขกระดูกฝ่อ มะเร็งเม็ดโลหิตขาว หรือโรคที่เกิดการทำลาย
            ทั้งเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด
          • ลิ้นเลี่ยน อาจแสดงถึงโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ผิวลิ้นจะเลี่ยนและซีด
          • เล็บอ่อนยุบเป็นแอ่ง พบในโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก
          • ความดันโลหิตสูง อาจหมายถึงโลหิตจางจากไตวายเรื้อรัง
          • ความดันโลหิตต่ำ อาจหมายถึงภาวะช็อกจากการสูญเสียโลหิตอย่างรวดเร็ว เช่น เลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหารหรือจาก
            ภาวะหัวใจวาย
          • ตับและม้ามโต พบได้ในโลหิตจางจากโรคเลือดทาลัสซีเมีย โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
          • ต่อมน้ำเหลืองโต อาจหมายถึงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งมักจะมีตับโตและม้ามโตด้วย
          • อาการบวม ผิวแห้ง มักพบในโรคไต
          • อาการขึ้นผื่นที่ใบหน้า และผมร่วง พบในโรคเอสแอลอี (SLE)
          • ท้องมาน พบในโรคตับแข็ง
          • ข้อบวม พิการ พบในโรคข้อเรื้อรัง เช่น โรครูมาตอยด์อาไทรติส(ข้ออักเสบรูมาตอยด์) โรคเอสแอลอี เป็นต้น

การรักษาโลหิตจาง
     หลักการสำคัญในการรักษาโลหิตจางคือ รักษาที่สาเหตุของโลหิตจาง แนวทางการรักษาประกอบด้วย
     1. การรักษาทั่วไป
     เป็นการบำบัดอาการของโลหิตจาง ระหว่างที่ทำการรักษาโรคสาเหตุของโลหิตจาง เช่น
          a. รักษาภาวะหัวใจวาย
          b. ลดการออกแรง
          c. ให้ออกซิเจน
          d. ให้เลือดทดแทน มักให้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาหลอดเลือด
     ผู้ป่วยอายุมากหรือเสียเลือดมากเฉียบพลันผู้ป่วยเลือดจางเรื้อรังมักไม่จำเป็นต้องให้เลือด แม้ว่าความเข้มข้นของเลือดจะต่ำมากๆ ก็ตาม
          2. การรักษาจำเพาะ
          เป็นการรักษาที่สาเหตุ กำจัดสาเหตุ (ถ้าทำได้) และให้การรักษาโรคสาเหตุนั้นๆ เช่น ถ้าพบว่าเลือดจางเพราะพยาธิปากขอ ก็ให้ยากำจัด
        พยาธิและให้ยาที่มีธาตุเหล็กควบคู่กันไป เมื่อระดับความเข้มข้นของเลือดกลับสู่ระดับปกติแล้ว ควรให้ยาเสริมธาตุเหล็กต่อไปอีก 3
          เดือนจึงจะเพียงพอ

     แนวทางการปฏิบัติตน
          ส่วนนี้ก็มีความสำคัญสำหรับผู้ที่เป็นโลหิตจางนอกเหนือจากที่ต้องรักษาด้วยยาตามที่แพทย์สั่ง การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย
     การประกอบอาชีพ การพักผ่อนควรปฏิบัติให้ถูกหลัก หากสงสัยให้สอบถามจากแพทย์ในโลหิตจางที่เป็นโรคทางพันธุกรรม ยังมีอีกสิ่ง
                                                           ที่สำคัญมากคือ "การให้คำปรึกษา" ผู้ป่วยอาจไม่เข้าใจ พ่อแม่อาจไม่เข้าใจสามีหรือภรรยา
                                                                อาจไม่เข้าใจ อาจกล่าวโทษต่อกันว่าพันธุ์ไม่ดี ปัญหาเหล่านี้จะบรรเทาลงได้จากการได้รับ
                                                                      คำปรึกษาจากผู้รู้และต้องได้รับความร่วมมือจากครอบครัวด้วย ซึ่งรวมไปถึงการให้
                                                                             คำปรึกษาก่อนแต่งงานด้วย

                                                        โครงการ Green Save Life
    








                                                                                บริษัท ทรู บิสซิเนส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้จัดโครงการ Green Safe Life ขึ้น
                                                                              เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคโลหิตจางให้มีสุขภาพ ที่แข็งแรงขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์
                                                                          ดูแลสุขภาพ คลอโรฟิลล์พลัสวิตามินซี ที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มเม็ดเลือดแดง
                                                                                                      ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพียงนำใบรับรองแพทย์
                                                                                                                ไม่เกิน 3 เดือน มารับ ผลิตภัณฑ์ คลอโรฟิลล์พลัส
                                                                                                                     วิตามินซี ได้ทันที จำนวน 1 กล่องต่อเดือน
                                                                                                                          เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพียง 100 ท่านเท่านั้น
                                                                                                                                  ซึ่งผลจากการรับประทาน คลอโรฟิลล์พลัส
                                                                                                                                    วิตามินซี ในปริมาณ 1 ซองต่อน้ำ 1.5 ลิตร
                                                                                                                                       ต่อวัน อยู่เป็นประจำนั้น เพียง 1 สัปดาห์
                                                                                                                                        หากไปตรวจเลือดก็จะพบว่าปริมาณ
                                                                                                                                       ฮีโมโกลบินของเลือดเข้มข้นขึ้น
                                                                                                                                  และรับประทานเป็นประจำเพื่อดูแลสุขภาพ
                                                                                                                                จะทำให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง สุขภาพ
                                                                                                                              แข็งแรง
                                                                                                                                               สมัครเข้าโครงการ

หน้าสมาชิกofficial website