Q: ปกติโคเอ็นไซม์ คิวเท็นละลายในน้ำมัน ทำไมจึงมาอยู่รวมกับ
คลอโรฟิลล์ที่ละลายในน้ำได้?
A: โคเอ็นไซม์ คิวเท็น ของทรู นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเราสามารถทำ ให้โคเอ็นไซม์ คิวเท็น มีขนาดเล็กระดับนาโน จึงสามารถละลายในน้ำได้
Q: คลอโรฟิลล์พลัสโคเอ็นไซม์ คิวเท็น ต่างจาก คลอโรฟิลล์
พลัสวิตามินซี อย่างไร?
A: คลอโรฟิลล์พลัสโคเอ็นไซม์ คิวเท็น เหมาะกับผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป เพราะร่างกาย
จะผลิตคิวเท็นได้น้อยลง
Q: คิวเท็นที่ลดลงจะมีผลอย่างไรกับร่างกาย?
A: หากร่างกายมีคิวเท็นลดลง จะทำให้ขบวนการสร้างพลังงานของร่างกายไม่สามารถ
เกิดขึ้นได้ คือ ร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานได้นั่นเอง
Q : คนที่มีภาวะเป็นโลหิตจาง สามารถทานคลอโรฟิลล์ได้หรือไม่?
A : คุณสมบัติของคลอโรฟิลล์นั้น ช่วยในกระบวนสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงด้วย จึงเหมาะ
สำหรับผู้ที่มีเลือดน้อย, เป็นโลหิตจาง, ธาลัสซีเมีย เพียงรับประทานติดต่อกันวันละ
1 ซอง ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็จะเห็นชัดถึงความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพที่ดีขึ้นได้ทันที
Q : เด็กๆ ที่ไม่ชอบรับประทานผักใบเขียว ทานคลอโรฟิลล์ทดแทน
ได้หรือไม่?
A : คลอโรฟิลล์นั้นเป็นสารสกัดจากใบพืชที่มีอยู่ในผักใบเขียวทั่วไป แต่ต่างกัน ตรงที่
ผักใบเขียวจะมีกากใยอาหาร ส่วนคลอโรฟิลล์ไม่มีกากใยอาหาร ดังนั้น การรับประทาน
ผักและผลไม้เพื่อให้ได้กากใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายก็ยังจำเป็นอยู่
แต่คลอโรฟิลล์นั้นก็สามารถช่วยทำให้การขับถ่ายเป็นปกติได้เช่นกัน หากจะ
รับประทานคลอโรฟิลล์สลับกับการทานผักใบเขียวก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
Q : คลอโรฟิลล์ชนิดผงของทรู แตกต่างกันอย่างไร กับชนิดน้ำ
ที่ขายในท้องตลาด?
A : คลอโรฟิลล์ชนิดซองแบบผงของทรู ถือเป็นเจ้าแรกของโลกเลยทีเดียว และที่
ผลิตเป็นแบบผงเพื่อการเก็บรักษาคุณค่าทางอาหารไว้ตลอด จนถึงขณะที่ดื่ม
และไม่ต้องใช้สารกันบูดที่อาจสะสมในร่างกายในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้น
จึงมั่นใจได้ว่า คลอโรฟิลล์ของทรูเป็นอาหารจากธรรมชาติล้วนๆ ไม่มีสารเคมีใดๆ
เจือปน คุณจึงมั่นใจได้ทุกครั้งที่ดื่ม
Q : คลอโรฟิลล์เมื่อชงกับน้ำจะมีรสชาติแบบไหน?
A : คลอโรฟิลล์จะมีประสิทธิภาพมากเมื่อชงกับน้ำธรรมดาถึงน้ำเย็น หากชง
1 ซองต่อน้ำ 1.5 ลิตร จะไม่มีรส ไม่มีกลิ่น เหมือนดื่มน้ำเปล่าเลยค่ะ
แต่ถ้าเข้มข้นจะมีรสชาติเหมือนรับประทานน้ำคั้นจากผัก แต่ไม่มีรสขมหรือ
มีกลิ่น
Q: คลอโรฟิลล์เหมาะกับวัยใด?
A: คลอโรฟิลล์รับประทานได้ตั้งแต่เด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป แต่ให้อยู่ในปริมาณ
ที่เจือจาง
|